BAFS : เพิ่มเป้ากำไรปกติสะท้อนรายได้ดีเกินคาด

BackMay 25, 2007

เราได้ปรับประมาณการกำไรปกติปี 2550 และปี 2551 ของบริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ(BAFS) ขึ้น 28% และ 29% จากคาดการณ์ตามลำดับ จากการปรับสมมติฐานปริมาณการเติมน้ำมันที่สูงขึ้น ทั้งจากสนามบินสุวรรณภูมิ และดอนเมือง และปรับลดต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าที่คาดว่าในส่วนของค่าเสื่อมราคา และค่าท่อน้ำมัน ซึ่งส่งผลให้คาดว่า BAFS จะมีกำไรปกติปี 2550 ที่ 597 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% YOY และปี 2551 จะมีกำไรปกติที่ 623 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% YOY และทำให้ราคาเป้าหมายปี 2550 จากวิธี DCF ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 11.40 บาท จากเดิมที่ 9.90 บาท ปรับคำแนะนำเป็น "ซื้อ"

สาระสำคัญ

๐กำลังศึกษาการเก็บค่าบริการเติมน้ำมันในรูปเงินบาทแทน: เนื่องจากรายได้ของ BAFS อยู่ในรูปดอลลาร์สหรัฐ ประมาณ 90% จึงได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งขึ้นโดยตรง โดยทุก 1 บาทที่แข็งค่าขึ้นจะกระทบรายได้ของ BAFS ให้ลดลงประมาณ 3-4 ล้านบาทต่อเดือน ซึ่ง BAFS ได้ทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 50% ของรายได้ ระยะเวลาไม่เกิน 3 เดือน แต่ยังไม่สามารถป้องกันความเสี่ยงได้ทั้งหมด ดังนั้น จึงได้ศึกษาข้อดีข้อเสียในการเก็บค่าบริการจากดอลลาร์สหรัฐ เป็นเงินบาทแทน เพื่อลดความเสี่ยงจากค่าเงินบาทที่แข็งค่ามาก ขณะนี้ อยู่ระหว่างการศึกษาของที่ปรึกษาทางการเงิน คาดว่าสรุปผลได้ประมาณเดือนสิงหาคม 2550

๐ตั้งเป้าซื้อรถเติมน้ำมันอีก 4 คัน รองรับการเติบโตที่สุวรรณภูมิ: BAFS เตรียมงบลงทุน 40 ล้านบาท เพื่อซื้อรถเติมน้ำมัน 4 คัน โดยในปี 2551 คาดว่าจะมีรถเพิ่มขึ้น 1 คัน และที่เหลือจะเป็นการทยอยลงทุน เพื่อรองรับการเติบโตของปริมาณความต้องการเติมน้ำมันในอนาคต

๐มีรายได้เสริมจากเที่ยวบินในประเทศที่ย้ายมาสนามบินดอนเมืองตั้งแต่ 25 มีนาคม 2550: จากสถิติข้อมูลปริมาณเติมน้ำมันของ BAFS ในเดือนเมษายน 2550 มียอดการเติมน้ำมันที่ 369.70 ล้านลิตร เพิ่มขึ้น 6.7% YOY โดยเป็นยอดที่รวมปริมาณเติมน้ำมันส่วนเพิ่มขึ้นจากสนามบินดอนเมืองซึ่งในเดือนเมษายน 2550 ที่ 20.175 ล้านลิตร

ทั้งนี้ หากคิดเฉพาะปริมาณเติมน้ำมันสะสมจากมกราคม-เมษายน 2550 ที่สุวรรณภูมิพบว่า มีอัตราการเติบโตของปริมาณการเติมน้ำมันประมาณ 5.2% YOY และคาดว่า จากปี 2550 จะมีระดับปริมาณเติมน้ำมันจากดอนเมืองประมาณ 15-20 ล้านลิตรต่อเดือน ขึ้นอยู่กับฤดูกาล ซึ่งจะช่วยเสริมรายได้ BAFS ได้มากขึ้น เนื่องจากมีอัตราค่าบริการเติมน้ำมันที่ 6 เซนต์ต่อแกลลอน สูงกว่าที่สุวรรณภูมิที่เก็บในอัตรา 5 เซนต์ต่อแกลลอน

๐ต้นทุนส่วนเพิ่มที่ดอนเมืองกลับไม่สูงมากเหมือนที่คาด: ปัจจัยหลักจากต้นทุนค่าเช่าท่อส่งน้ำมันของการท่าอากาศยานไทย (AOT) ที่ลดลงเหลือประมาณ 9 ล้านบาทต่อปี ซึ่งต่ำกว่าเดิมมากที่มีค่าเช่าประมาณ 67 ล้านบาทต่อปี ส่วนต้นทุนด้านพนักงานที่ดอนเมืองคาดว่าจะเพิ่มขึ้นไม่มาก โดยประเมินไว้ประมาณ 1 ล้านบาทต่อเดือน

๐ปรับประมาณการกำไรปกติปี 2550 และปี 2551 ขึ้น 28% และ 29% จากคาดการณ์ตามลำดับ และได้ราคาเป้าหมายที่ 11.40 บาท แนะนำ "ซื้อ": จากการปรับสมมติฐานหลัก 1) อัตราการเติบโตของปริมาณการเติมน้ำมันที่สุวรรณภูมิขึ้นเป็น 5% ต่อปี จากเดิม 4% ต่อปี และเพิ่มปริมาณการเติมน้ำมันที่ดอนเมืองเฉลี่ยประมาณ 17-18 ล้านลิตรต่อเดือนในปี 2550-2551 และ 2) ค่าเสื่อมราคาประมาณ 326 ล้านบาทต่อปี จากเดิมที่คาดไว้ที่ 378 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากการเปลี่ยนนโยบายการตัดค่าเสื่อมราคาทรัพย์สินที่มีการยืดอายุการตัดออกไปเป็น 20 ปี ทำให้ค่าเสื่อมราคาโดยรวมลดลงจากคาดการณ์เดิม แต่ ACLS ยังคงสมมติฐานค่าเงินบาทที่ 35 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยใช้หลักระมัดระวัง

ทั้งนี้ จากรายได้ที่เพิ่มขึ้น และต้นทุนหลักที่ลดลงจากคาดการณ์เดิม จะทำให้อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นกว่าที่คาดไว้จากเดิมอยู่ที่เฉลี่ยประมาณ 55% สูงขึ้นเป็น 59% และส่งผลให้คาดว่า BAFS จะมีกำไรปกติปี 2550 ที่ 597 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% YOY และปี 2551 จะมีกำไรปกติที่ 623 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% YOY และทำให้ราคาเป้าหมายปี 2550 จากวิธี DCF ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 11.40 บาท จากเดิมที่ 9.90 บาท แนะนำ "ซื้อ"

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ โดย บล.สินเอเซีย
วันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2550