BAFS : เติบโตดี ความเสี่ยงต่ำ

BackMay 21, 2007

ผลประกอบการ Q1/50 ออกมาดีกว่าคาด โดยเหตุผลหลักจากบริษัทมีการประเมินค่าเสื่อมราคาใหม่ทำให้ต้นทุนขายออกมาต่ำกว่าที่เราประเมินไว้ และจากเหตุผลดังกล่าว เราจำต้องปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 50 เพิ่มขึ้นจากเดิม 10%

สำหรับแนวโน้มในระยะยาว เรายังคงมุมมองเดิม โดยมองว่า BAFS จะได้รับผลดีโดยตรงจากการเปิดสนามบินสุวรรณภูมิ โดยนอกจากปริมาณเติมน้ำมันที่คาดจะสูงขึ้น บริษัทยังสามารถปรับค่าธรรมเนียมเพิ่มกว่า 80% จากค่าธรรมเนียมเดิมที่สนามบินดอนเมือง ขณะที่การแข่งขันในธุรกิจมีต่ำมาก เนื่องจากบริษัทได้รับสัมปทานระยะยาว ทำให้ BAFS เป็นหุ้นที่น่าสนใจทั้งในแง่ความเสี่ยงต่ำ และแนวโน้มขยายตัวสูง ซึ่งหลังจากปรับประมาณการเราประเมินราคาเหมาะสมใหม่ได้ที่ 11.60 บาท/หุ้น ยังมี Upside Gain 12.6% ปันผลอีก เฉลี่ย 5.5% ในช่วงปี 50-52 ดังนั้น คงคำแนะนำให้ "ซื้อ

ประเด็นสำคัญในการลงทุน

ปรับประมาณการปี 50 ขึ้น เป็น 540 ลบ. ขยายตัว 17%YoY: ผลประกอบการ Q1/50 ที่ผ่านมาทำได้ดีกว่าที่คาด โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 168 ลบ.(+30%QoQ และ +28%YoY) ซึ่งผลประกอการที่ดีกว่าคาดนี้ เหตุผลหลักมาจากการบริษัทมีการประเมินค่าเสื่อมราคาใหม่ ทำให้ค่าเสื่อมราคาออกมาน้อยกว่าที่คาด รวมถึงค่าเงินบาทที่แข็งขึ้นทำให้มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนอีกประมาณ 10 ลบ. สำหรับแนวโน้มช่วงที่เหลือของปี ในแง่ของการดำเนินงานเรายังคงมีมุมมองสำหรับปี 50 ตามเดิม โดยคาดบริษัทจะได้รับผลดีจากการเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิอย่างเต็มที่ โดยเราประเมินปริมาณการเติมน้ำมันในปี 50 จะเพิ่มจากปี 49 ประมาณ 5% อย่างไรก็ตามจากการประเมินค่าเสื่อมราคาใหม่ทำให้ค่าเสื่อมราคาทั้งปีคาดจะอยู่ที่ประมาณ 300 ลบ.ต่ำกว่าที่เราประเมินไว้เดิม 60 ลบ.ประกอบกับจากการประชุมนักวิเคราะห์ที่ผ่านมา มีรายละเอียดเพิ่มในส่วนของค่าเช่าท่อที่สนามบินดอนเมือง ดังนั้น เราจำต้องปรับประมาณการปี 50 ขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเรายังคงยอดขายรวมตามเดิม แต่ปรับกำไรสุทธิใหม่เป็น 540 ลบ.ขยายตัว17%YoY

ภาวะอุตสาหกรรมยังดี: แนวโน้มผลประกอบการของบริษัทจะขึ้นอยู่กับปริมาณเที่ยวบินที่เข้ามาใช้บริการ โดยเราเชื่อว่าหลังเปิดใช้งานสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งมีศักยภาพในการรองรับผู้โดยสารและเที่ยวบินที่เพิ่มมากขึ้นจะทำให้มีปริมาณเที่ยวบินที่เข้ามาใช้บริการสูงขึ้น ซึ่งจากการประเมินของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ(IATA) คาดการณ์ว่าไทยจะมีจำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 8.2% ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า ดังนั้นคาดแนวโน้มอุตสาหกรรมเติมน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน ยังจะขยายตัวได้อีกมาก

ดำเนินธุรกิจที่มีคู่แข่งขันน้อยราย : BAFS อยู่ในอุตสาหกรรมที่มีคู่แข่งน้อยราย โดยปัจจุบันกลุ่มบริษัทเป็นผู้ประกอบการรายเดียวที่ได้รับสัมปทานในส่วนของ ระบบส่งน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานผ่านท่อแบบ Hydrant และเป็น 1 ใน 2 รายของผู้ประกอบการที่ได้รับสัมปทานในส่วนของโครงการระบบให้บริการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน โดยบริษัทมีข้อได้เปรียบค่อนข้างมาก เนื่องจากลูกค้าหลักส่วนใหญ่จะเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทด้วย ทำให้มีความสัมพันธ์ที่ดี โดยทางบริษัทคาดว่าในส่วนของการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน น่าจะมีส่วนแบ่งตลาดไม่น้อยกว่า 80%

คงคำแนะนำ ซื้อ ปรับเป้าปี 50 เป็น 11.60 บาท/หุ้น: หลังปรับประมาณการเราประเมินราคาเหมาะสมใหม่ โดยใช้ วิธี DCF โดยมองแบบอนุรักษ์นิยมโดยให้ Terminal Growth เท่ากับ 0% ได้ราคาเหมาะสมระยะยาวใกล้เคียงเดิมที่ 12.40 บาท/หุ้น อย่างไรก็ตามเนื่องจากราคาเป้าหมายเราประเมินโดยใช้ Historical P/E ที่ 11 เท่า ดังนั้น เราจึงปรับราคาเป้าหมายปี 50 ขึ้น เป็น 11.60 บาท/หุ้น ราคาซื้อขายปัจจุบันยังมี Upside Gain 12.6% ปันผลอีก เฉลี่ย 5.5% ในช่วงปี 50-52 ดังนั้น แนะนำให้ "ซื้อ"

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ โดย บล.โกลเบล็กฯ
21 พฤษภาคม พ.ศ. 2550